คลินิกนอนกรนและหยุดหายใจขณะหลับ
ประเมินอาการนอนกรน หายใจทางปาก และความเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (OSA) โดยแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก


ตรวจทานทางการแพทย์โดยแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก
- ผู้เขียน:
- นพ. พจน์ ภิญโญพรพาณิชย์ — แพทย์เฉพาะทางโสต ศอ นาสิกวิทยา · วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญ สาขาโสต ศอ นาสิกวิทยา
- แพทย์ผู้ตรวจทานเนื้อหา:
- นพ. พจน์ ภิญโญพรพาณิชย์ — แพทย์เฉพาะทางโสต ศอ นาสิกวิทยา · วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญ สาขาโสต ศอ นาสิกวิทยา
- วันที่ตรวจทาน:
- อัปเดตล่าสุด:
- เวลาอ่านโดยประมาณ: 8 นาที
ภาพรวม
นอนกรนกับภาวะหยุดหายใจขณะหลับต่างกันอย่างไร
การนอนกรน (snoring) คือเสียงที่เกิดจากการสั่นของเนื้อเยื่อทางเดินหายใจส่วนบนเมื่ออากาศไหลผ่านช่องที่แคบลงระหว่างหลับ หลายคนนอนกรนโดยไม่มีปัญหาสุขภาพรุนแรง แต่การนอนกรนเสียงดังหรือมีอาการอื่นร่วมด้วยอาจสัญญาณว่าควรประเมินเพิ่มเติม
ภาวะหยุดหายใจขณะหลับ (Obstructive Sleep Apnea: OSA) เป็นโรคที่เกิดจากทางเดินหายใจส่วนบนอุดตันหรือแคบลงซ้ำ ๆ ระหว่างหลับ ทำให้หยุดหายใจชั่วคราวหรือหายใจตื้น จนออกซิเจนในเลือดลดลงและสมองถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาเป็นระยะ ๆ แม้ผู้ป่วยอาจไม่รู้ตัว
ความแตกต่างสำคัญ: นอนกรนเป็นอาการเสียง ส่วน OSA เป็นโรคที่ส่งผลต่อการหลับ การฟื้นฟู และสุขภาพระยะยาว บางคนมีทั้งนอนกรนและ OSA การตรวจโดยแพทย์ช่วยแยกว่าอาการของคุณเป็นนอนกรนอย่างเดียว หรือมี OSA ที่ควรได้รับการดูแล
อาการ
อาการที่พบได้
อาการแตกต่างกันในแต่ละคน บางคนมีเพียงการนอนกรน ในขณะที่บางคนมีอาการจาก OSA ร่วมด้วย
นอนกรนเสียงดัง โดยเฉพาะเมื่อนอนหงาย
หยุดหายใจขณะหลับ หรือมีคนสังเกตเห็นว่าหยุดหายใจชั่วคราว
ง่วงนอนกลางวัน แม้นอนครบเวลา
ปวดศีรษะตอนเช้า
สมาธิลดลง อารมณ์แปรปรวน หรือความจำลดลง
นอนหลับไม่สดชื่น ตื่นมาบ่อย หรือตื่นมาสำลี
หายใจทางปาก คัดจมูก หรือแห้งปากตอนเช้า
กระสับกระส่าย หรือตื่นมาด้วยความรู้สึกเหนื่อย
สาเหตุที่เป็นไปได้
ปัจจัยที่ทำให้ทางเดินหายใจแคบลง
การนอนกรนและ OSA มักเกิดจากหลายปัจจัยที่ทำให้ทางเดินหายใจส่วนบนแคบลงหรืออุดตันระหว่างหลับ
ทางเดินหายใจแคบลง
เนื้อเยื่อที่คอ เพดานอ่อน หรือลิ้นไก่หย่อนคล้อยลงระหว่างหลับ ทำให้อากาศไหลผ่านได้ยากและเกิดเสียงกรน
น้ำหนักเกิน
ไขมันบริเวณคอและทางเดินหายใจส่วนบนอาจทำให้ช่องทางแคบลงและเพิ่มความเสี่ยง OSA
ทอนซิลหรืออะดีนอยด์โต
โดยเฉพาะในเด็กและผู้ใหญ่บางราย เนื้อเยื่อโตอาจอุดตันทางเดินหายใจส่วนหลัง
ผนังกั้นจมูกคด
โครงสร้างผนังกั้นจมูกเบนอาจทำให้หายใจทางจมูกลำบากและมีส่วนในการอุดตันทางเดินหายใจ
ภูมิแพ้จมูก
คัดจมูกเรื้อรังหรือโพรงจมูกอักเสบอาจทำให้หายใจทางปากและเพิ่มการอุดตันทางเดินหายใจ
โครงสร้างกะโหลกใบหน้าและคอ
คางเล็ก คอสั้น หรือโครงสร้างกะโหลกใบหน้าที่มีส่วน อาจทำให้ทางเดินหายใจแคบตั้งแต่แรก
เมื่อไหร่ควรพบแพทย์
ควรมารับการประเมินเมื่อใด
หากมีอาการต่อไปนี้ ควรปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูกเพื่อประเมินอย่างเหมาะสม
นอนกรนเสียงดังเป็นประจำ หรือมีคนสังเกตว่าหยุดหายใจขณะหลับ
ง่วงนอนกลางวันมากจนกระทบการทำงานหรือการขับขี่
นอนหลับไม่สดชื่น ปวดศีรษะตอนเช้า หรือสมาธิลดลง
มีความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ หรือเบาหวานที่ควบคุมยาก และสงสัยปัญหาการหลับ
หายใจทางปาก คัดจมูกเรื้อรัง หรือมีปัญหาทอนซิล/อะดีนอยด์
เคยได้รับการวินิจฉัย OSA แต่อาการยังไม่ดีขึ้นหรือ CPAP ใช้ไม่ได้
การวินิจฉัย
แพทย์ประเมินอย่างไร
การประเมินเริ่มจากการซักประวัติอาการการนอน อาการกลางวัน และปัจจัยเสี่ยง รวมถึงข้อมูลจากคู่นอนหรือคนใกล้ชิดหากมี
แพทย์จะตรวจหู คอ จมูก เพื่อประเมินทางเดินหายใจส่วนบน ทอนซิล อะดีนอยด์ โครงสร้างจมูก และปัจจัยที่อาจทำให้อุดตัน
เมื่อมีข้อบ่งชี้ อาจส่องกล้องจมูกแบบยืดหยุ่น (flexible nasal endoscopy) เพื่อดูโพรงจมูก ไซนัส และบริเวณคอหลัง ช่วยประเมินสาเหตุที่แก้ไขได้ทางหู คอ จมูก
การตรวจการนอน (sleep study) อาจพิจารณาเมื่อสงสัย OSA หรือเมื่ออาการรุนแรง การตรวจช่วยยืนยันว่ามีการหยุดหายใจขณะหลับหรือไม่ และประเมินความรุนแรง แพทย์จะแนะนำเฉพาะเมื่อเห็นว่าจำเป็น ไม่ได้สั่งตรวจทุกราย
การรักษา
แนวทางการดูแล
การรักษาขึ้นอยู่กับความรุนแรง สาเหตุ และปัจจัยของแต่ละคน แพทย์จะวางแผนร่วมกับผู้ป่วยตามความเหมาะสม
ปรับพฤติกรรม
หลีกเลี่ยงแอลกอฮอล์ก่อนนอน นอนตะแคง ยกหัวเตียงเล็กน้อย หรือหลีกเลี่ยงยาที่ทำให้กล้ามเนื้อคลายเมื่อแพทย์เห็นว่าเหมาะสม
ลดน้ำหนัก
หากมีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักอาจช่วยลดความรุนแรงของการนอนกรนและ OSA ในบางราย
การรักษาทางยา
ยาอาจช่วยอาการที่เกี่ยวข้อง เช่น ภูมิแพ้จมูกหรือคัดจมูก แต่ไม่ใช่การรักษาหลักของ OSA การใช้ยาควรเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์
CPAP
เครื่อง CPAP ส่งความดันอากาศเพื่อเปิดทางเดินหายใจระหว่างหลับ มักเป็นตัวเลือกหลักเมื่อวินิจฉัย OSA ตามแนวทางทางการแพทย์
การรักษาด้วยคลื่นวิทยุ
คลื่นวิทยุอาจพิจารณาในกรณีนอนกรนหรือ OSA ระดับเล็กน้อยถึงปานกลางเมื่อมีข้อบ่งชี้ โดยแพทย์จะประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคล
การผ่าตัด
อาจพิจารณาเมื่อมีโครงสร้างที่แก้ได้ เช่น ทอนซิล อะดีนอยด์ หรือผนังกั้นจมูกเบน และเมื่อการรักษาแบบอื่นไม่เหมาะสมหรือไม่ได้ผล การผ่าตัดมีข้อบ่งชี้เฉพาะ ไม่ใช่ทางเลือกแรกของทุกราย
ทำไมต้องราชวิถีคลินิก
ทำไมควรประเมินที่คลินิกหู คอ จมูก
การประเมินนอนกรนและ OSA ที่เกี่ยวข้องกับทางเดินหายใจส่วนบนเหมาะกับการดูแลโดยแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก
แพทย์เฉพาะทางโสต ศอ นาสิกวิทยา ประเมินทางเดินหายใจส่วนบนอย่างเป็นระบบ
มีบริการส่องกล้องจมูกแบบยืดหยุ่น (flexible nasal endoscopy) เมื่อมีข้อบ่งชี้
วางแผนการดูแลเป็นรายบุคคล ตามอาการ ผลตรวจ และความเหมาะสมของแต่ละราย
ดูแลตามหลักฐานทางการแพทย์ อธิบายอาการ ผลตรวจ และตัวเลือกการรักษาด้วยภาษาที่เข้าใจง่าย
ประสานการดูแลร่วมกับแพทย์ด้านการนอนเมื่อต้องการ sleep study หรือ CPAP
คำถามที่พบบ่อย
ข้อมูลที่ผู้ป่วยมักถาม
นอนกรนทุกคนเป็น OSA หรือไม่
ไม่ใช่ การนอนกรนเป็นอาการเสียงที่พบได้บ่อย ส่วน OSA เป็นโรคที่มีการหยุดหายใจหรือหายใจตื้นซ้ำ ๆ ระหว่างหลับ หากมีอาการกลางวันหรือมีคนสังเกตว่าหยุดหายใจ ควรรับการประเมิน
ต้องทำ sleep study ทุกคนที่นอนกรนหรือไม่
ไม่จำเป็น แพทย์จะพิจารณาจากอาการ การตรวจร่างกาย และความรุนแรง หากสงสัย OSA หรืออาการกระทบชีวิตประจำวัน อาจแนะนำ sleep study เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและวางแผนรักษา
CPAP จำเป็นสำหรับทุกคนที่เป็น OSA หรือไม่
CPAP เป็นตัวเลือกหลักในหลายกรณีของ OSA ตามความรุนแรง แต่ไม่ใช่ทางเดียว แพทย์อาจพิจารณาการปรับน้ำหนัก การรักษาทางหู คอ จมูก คลื่นวิทยุ หรือการผ่าตัดตามสาเหตุและความเหมาะสมของแต่ละราย
การส่องกล้องจมูกเจ็บหรือไม่
โดยทั่วไปใช้เวลาไม่นาน แพทย์จะอธิบายขั้นตอนและอาจใช้ยาชาเฉพาะที่ในจมูกก่อนตรวจ ช่วยประเมินโพรงจมูกและบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการอุดตันทางเดินหายใจ
เด็กนอนกรน ควรพบแพทย์หรือไม่
เด็กที่นอนกรนหรือหายใจทางปากเรื้อรัง โดยเฉพาะมีทอนซิลหรืออะดีนอยด์โต ควรรับการประเมิน สาเหตุและแนวทางดูแลในเด็กอาจต่างจากผู้ใหญ่
ลดน้ำหนักช่วยลดการนอนกรนได้จริงหรือไม่
ในผู้ที่มีน้ำหนักเกิน การลดน้ำหนักอาจช่วยลดความรุนแรงของการนอนกรนและ OSA ได้ในบางราย แต่ไม่ได้แทนการประเมินโดยแพทย์หากมีอาการรุนแรง
คลื่นวิทยุรักษานอนกรนเหมาะกับทุกคนหรือไม่
ไม่ใช่ทุกราย แพทย์จะประเมินความเหมาะสมจากชนิดและความรุนแรงของอาการ โครงสร้างทางเดินหายใจ และการรักษาที่เคยได้รับ
ต้องนัดหมายล่วงหน้าหรือไม่
แนะนำให้นัดหมายล่วงหน้า โดยเฉพาะหากต้องการส่องกล้องจมูกหรือการประเมินที่ใช้เวลานาน กรุณานำข้อมูลการนอนจากคู่นอน รายการยา และผลตรวจเดิมมาด้วยหากมี
ราชวิถีคลินิก หู คอ จมูก เชียงใหม่ อยู่ที่ไหน
คลินิกตั้งอยู่ที่ชั้น 1 โรงแรม MD Boutique 18 ถนนราชวิถี เชียงใหม่ สามารถติดต่อนัดหมายผ่านโทรศัพท์ LINE หรือ WhatsApp ได้จากหน้าติดต่อ
มีบริการให้คำปรึกษาภาษาอังกฤษหรือไม่
คลินิกให้บริการผู้ป่วยต่างชาติและสามารถให้คำปรึกษาเป็นภาษาอังกฤษได้ กรุณานำประวัติการนอนหรือผล sleep study เดิมมาด้วยหากมี
แหล่งอ้างอิง
เอกสารและแนวทางที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลด้านล่างอ้างอิงแนวทางและแหล่งความรู้ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อประกอบการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะรายบุคคล
ข้อมูลภาวะหยุดหายใจขณะหลับและการนอนกรน
American Academy of Sleep Medicine (AASM)
ดูแหล่งอ้างอิง (American Academy of Sleep Medicine (AASM))ข้อมูลการนอนกรนสำหรับผู้ป่วย
AAO-HNS / ENThealth
ดูแหล่งอ้างอิง (AAO-HNS / ENThealth)แนวทางและแหล่งความรู้สำหรับผู้ป่วยด้านโสต ศอ นาสิก
American Academy of Otolaryngology–Head and Neck Surgery (AAO-HNS)
ดูแหล่งอ้างอิง (American Academy of Otolaryngology–Head and Neck Surgery (AAO-HNS))ข้อมูลสุขภาพหู คอ จมูกสำหรับประชาชน
ENThealth (AAO-HNS Foundation)
ดูแหล่งอ้างอิง (ENThealth (AAO-HNS Foundation))
ข้อมูลเพื่อการศึกษา
ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์
ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือทดแทนการรักษาโดยแพทย์ผู้มีคุณวุฒิ หากมีอาการที่น่ากังวล โปรดปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก
ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง
อ่านเพิ่มเติม
หัวข้อที่เกี่ยวข้องภายในคลินิก เพื่อช่วยทำความเข้าใจโรค บริการ และหัตถการ
สนใจประเมินอาการนอนกรนหรือการหลับ
ติดต่อคลินิกเพื่อนัดหมายหรือสอบถามข้อมูลเบื้องต้น แพทย์จะประเมินอาการและแนะนำขั้นตอนที่เหมาะสม