การได้ยินลดลง

เมื่อการได้ยินเปลี่ยนไป ไม่ชัด หรือลดลง — ทำความเข้าใจสาเหตุและเมื่อควรพบแพทย์

แพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก ราชวิถีคลินิก หู คอ จมูก เชียงใหม่

ตรวจทานทางการแพทย์โดยแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก

ผู้เขียน:
นพ. พจน์ ภิญโญพรพาณิชย์แพทย์เฉพาะทางโสต ศอ นาสิกวิทยา · วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญ สาขาโสต ศอ นาสิกวิทยา
แพทย์ผู้ตรวจทานเนื้อหา:
นพ. พจน์ ภิญโญพรพาณิชย์แพทย์เฉพาะทางโสต ศอ นาสิกวิทยา · วุฒิบัตรผู้เชี่ยวชาญ สาขาโสต ศอ นาสิกวิทยา
ดูประวัติแพทย์
  • วันที่ตรวจทาน:
  • อัปเดตล่าสุด:
  • เวลาอ่านโดยประมาณ: 7 นาที

ภาพรวม

การได้ยินลดลงคืออะไร

การได้ยินลดลงหมายถึงการที่ได้ยินไม่ชัดหรือได้ยินเสียงได้น้อยลงกว่าปกติ อาจเกิดขึ้นทีละน้อยหรืออย่างฉับพลัน ในหูข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง สาเหตุมีหลายแบบ เช่น การส่งเสียงผ่านหู (conductive) การรับเสียงที่หูชั้นใน (sensorineural) หรือทั้งสองอย่างร่วมกัน การประเมินโดยแพทย์ช่วยระบุสาเหตุและแนวทางดูแลที่เหมาะสม การได้ยินลดลงบางชนิดอาจปรับปรุงได้หากรักษาสาเหตุทันเวลา แต่ผลลัพธ์แตกต่างกันในแต่ละคน

อาการ

อาการที่พบได้

อาการขึ้นอยู่กับสาเหตุ ความรุนแรง และว่าเกิดในหูข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง อาจคล้ายกับโรคหูอื่น ๆ

  • ได้ยินเสียงไม่ชัดหรือเสียงดังลง

  • ต้องขอให้พูดซ้ำหรือเพิ่มเสียงทีวี/วิทยุ

  • ฟังเสียงในที่มีเสียงรบกวนได้ยาก

  • รู้สึกหูอุดหรือเต็มในหู

  • มีเสียงในหู (หูอื่น)

  • เวียนศีรษะ (พบได้ในบางกรณี)

  • เจ็บหูหรือมีน้ำไหลจากหู (เมื่อมีสาเหตุที่เกี่ยวกับหูชั้นนอกหรือการติดเชื้อ)

  • ได้ยินลดลงอย่างฉับพลันในหูข้างเดียว (ควรประเมินเร่งด่วน)

สาเหตุที่เป็นไปได้

ทำไมการได้ยินถึงลดลง

การได้ยินลดลงมีสาเหตุได้หลายอย่าง บางอย่างแก้ไขได้ บางอย่างต้องดูแลระยะยาว

  • ขี้หูอุดตัน

    ขี้หูสะสมจนอุดช่องหูอาจทำให้ได้ยินลดลงชั่วคราว มักดีขึ้นหลังขจัดขี้หู

  • การติดเชื้อหรือการอักเสบของหู

    หูชั้นกลางอักเสบหรือการติดเชื้อในช่องหูอาจส่งผลต่อการส่งเสียง

  • การสัมผัสเสียงดัง

    เสียงดังต่อเนื่องหรือเสียงดังครั้งเดียวอาจทำลายหูชั้นในได้ โดยเฉพาะหากไม่มีการป้องกัน

  • ความเสื่อมตามอายุ

    การได้ยินลดลงตามอายุ (presbycusis) เป็นการเปลี่ยนแปลงช้า ๆ ที่พบได้บ่อยในผู้สูงอายุ

  • ยาบางชนิด

    ยาบางตัวอาจมีผลข้างเคียงต่อการได้ยิน ควรแจ้งแพทย์หากสงสัยว่ายามีส่วนเกี่ยวข้อง

  • โรคหรือภาวะอื่น ๆ

    เช่น โรคหูชั้นใน โรคเมนิエียร์ ปัญหาที่หูชั้นกลาง หรือเหตุการณ์ทางระบบประสาท การประเมินโดยแพทย์ช่วยแยกสาเหตุ

เมื่อไหร่ควรพบแพทย์

ควรพบแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูกเมื่อใด

การได้ยินลดลงบางแบบต้องประเมินเร็ว หากมีสัญญาณเตือนหรืออาการรบกวนชีวิตประจำวัน ควรให้แพทย์ตรวจ

  • ได้ยินลดลงอย่างฉับพลันในหูข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง (ควรประเมินเร่งด่วน)

  • ได้ยินลดลงที่ค่อย ๆ แย่ลงหรือรบกวนการสื่อสาร

  • มีเสียงในหู หูอืด หรือเวียนศีรษะร่วมด้วย

  • เจ็บหู มีน้ำไหล มีเลือด หรือมีไข้

  • ได้ยินลดลงหลังบาดเจ็บที่ศีรษะหรือหู

  • ได้ยินลดลงหลังเริ่มยาใหม่

  • เด็กพูดช้า ไม่ตอบสนองเสียง หรือพ่อแม่สงสัยว่าได้ยินไม่ดี

  • มีเสียงหวี่ หรืออาการทางระบบประสาทอื่น ๆ ร่วมด้วย

การวินิจฉัย

แพทย์วินิจฉัยอย่างไร

แพทย์จะสอบถามประวัติอาการ ระยะเวลา ว่าเกิดในหูข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง และปัจจัยที่เกี่ยวข้อง เช่น การสัมผัสเสียงดัง ยา หรือการติดเชื้อ จากนั้นตรวจหูด้วยกล้องส่องหู (otoscope) และอาจทำการตรวจการได้ยิน (audiometry) เพื่อวัดความไวต่อเสียงและประเภทของการได้ยินลดลง ในกรณีที่จำเป็น อาจมีการตรวจเพิ่มเติม เช่น การมองภาพหูชั้นใน หรือการประเมินโดยผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยิน ตามความเหมาะสม

การรักษา

แนวทางการรักษา

การรักษาขึ้นอยู่กับสาเหตุ ประเภท และความรุนแรง แพทย์จะเลือกแนวทางที่เหมาะสมกับแต่ละราย

  • รักษาสาเหตุที่แก้ไขได้

    เช่น การขจัดขี้หูอุดตัน การรักษาการติดเชื้อหูชั้นกลาง หรือการจัดการสิ่งกีดขวางในช่องหู การได้ยินอาจดีขึ้นเมื่อสาเหตุได้รับการดูแล

  • ยา

    ในบางกรณี เช่น การได้ยินลดลงอย่างฉับพลัน แพทย์อาจพิจารณายาตามแนวทางทางคลินิก การใช้ยาต้องเป็นไปตามคำแนะนำของแพทย์

  • เครื่องช่วยฟัง

    เมื่อการได้ยินลดลงไม่สามารถฟื้นคืนได้เต็มที่ อาจช่วยขยายเสียงและปรับปรุงการสื่อสารในชีวิตประจำวัน การเลือกและปรับแต่งควรทำร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ

  • การฟื้นฟูการได้ยินและการสื่อสาร

    อาจรวมการฝึกฟัง กลยุทธ์การสื่อสาร หรืออุปกรณ์ช่วย เช่น ระบบวงจรแม่เหล็ก ตามความจำเป็น

  • การผ่าตัด

    ในบางสาเหตุ เช่น ปัญหาที่หูชั้นกลางหรือโรคหูชั้นใน อาจพิจารณาผ่าตัดตามการประเมินของแพทย์

การดูแลตัวเอง

สิ่งที่ทำได้ที่บ้าน

การดูแลตัวเองเน้นการป้องกันความเสียหายเพิ่มเติมและการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น

  • หลีกเลี่ยงเสียงดังและใช้อุปกรณ์ป้องกันการได้ยินเมื่อจำเป็น

  • อย่าใส่สิ่งของเข้าไปในช่องหู

  • พยายามให้ผู้พูดอยู่ตรงหน้าและในที่ที่แสงเพียงพอเมื่อสนทนา

  • ลดเสียงรบกวนรอบข้างเมื่อฟังหรือสนทนา

  • แจ้งแพทย์หากสงสัยว่ายามีผลต่อการได้ยิน

  • หากได้รับคำแนะนำ ใช้เครื่องช่วยฟังอย่างสม่ำเสมอและดูแลตามคำแนะนำ

  • หากอาการเปลี่ยนแปลงหรือแย่ลง ควรพบแพทย์เพื่อประเมินใหม่

การป้องกัน

ลดความเสี่ยงการได้ยินลดลง

ไม่สามารถป้องกันได้ทุกกรณี แต่สามารถลดความเสี่ยงจากเสียงดังและดูแลสุขภาพหูได้

  • ลดการสัมผัสเสียงดังและใช้ที่อุดหูหรือ earmuff เมื่ออยู่ในที่เสียงดัง

  • ตั้งระดับเสียงอุปกรณ์ฟังเสียงให้ปลอดภัยและพักหูเป็นระยะ

  • รักษาการติดเชื้อหูให้ครบตามที่แพทย์แนะนำ

  • หลีกเลี่ยงการใส่สิ่งของในช่องหู

  • ตรวจการได้ยินตามที่แพทย์แนะนำ โดยเฉพาะหากมีปัจจัยเสี่ยงหรืออายุมากขึ้น

  • แจ้งแพทย์หากมีอาการหูใหม่ โดยเฉพาะการได้ยินลดลงอย่างฉับพลัน

คำถามที่พบบ่อย

คำถามเกี่ยวกับการได้ยินลดลง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการได้ยินลดลง การตรวจ และตัวเลือกการช่วยเหลือการได้ยิน

การได้ยินลดลงชั่วคราวกับถาวรต่างกันอย่างไร

การได้ยินลดลงชั่วคราวอาจเกิดจากขี้หูอุดตัน การติดเชื้อ หรือการเปลี่ยนแปลงความดัน ซึ่งบางครั้งดีขึ้นเมื่อสาเหตุหายไป การได้ยินลดลงถาวรมักเกี่ยวกับความเสียหายที่หูชั้นใน ซึ่งอาจต้องใช้เครื่องช่วยฟังหรือแนวทางอื่น การประเมินโดยแพทย์ช่วยแยกประเภท

ทำไมการได้ยินลดลงอย่างฉับพลันต้องรีบพบแพทย์

การได้ยินลดลงอย่างฉับพลันอาจมีสาเหตุหลายอย่าง บางกรณีมีแนวทางรักษาที่อาจมีประโยชน์หากเริ่มเร็ว การประเมินเร็วช่วยให้แพทย์ตรวจหาสาเหตุและพิจารณาการดูแลได้ทันเวลา

เครื่องช่วยฟังช่วยได้จริงหรือไม่

เครื่องช่วยฟังขยายเสียงและช่วยให้สื่อสารได้ดีขึ้นในหลายกรณี แต่ไม่ได้ทำให้การได้ยินกลับมาเหมือนเดิมทุกคน ประสิทธิผลขึ้นอยู่กับประเภทและความรุนแรงของการได้ยินลดลง รวมถึงการปรับแต่งและการใช้งาน

หูอื่นเกี่ยวข้องกับการได้ยินลดลงหรือไม่

หูอื่น (tinnitus) มักพบร่วมกับการได้ยินลดลง แต่เป็นภาวะแยกต่างหาก การประเมินการได้ยินและสาเหตุอื่น ๆ ช่วยวางแผนการดูแลที่เหมาะสม

เด็กมีการได้ยินลดลงได้หรือไม่

ได้ การได้ยินลดลงในเด็กอาจส่งผลต่อการพูดและการเรียนรู้ หากสงสัยว่าเด็กได้ยินไม่ดี ควรให้แพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านการได้ยินประเมิน

แหล่งอ้างอิง

เอกสารและแนวทางที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลด้านล่างอ้างอิงแนวทางและแหล่งความรู้ที่เป็นที่ยอมรับในระดับสากล เพื่อประกอบการศึกษา ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะรายบุคคล

ข้อมูลเพื่อการศึกษา

ข้อจำกัดความรับผิดชอบทางการแพทย์

ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการศึกษาเท่านั้น ไม่ใช่การวินิจฉัยหรือทดแทนการรักษาโดยแพทย์ผู้มีคุณวุฒิ หากมีอาการที่น่ากังวล โปรดปรึกษาแพทย์เฉพาะทางหู คอ จมูก

ลิงก์ที่เกี่ยวข้อง

อ่านเพิ่มเติม

หัวข้อที่เกี่ยวข้องภายในคลินิก เพื่อช่วยทำความเข้าใจโรค บริการ และหัตถการ

การได้ยินเปลี่ยนไปหรือไม่ชัด

การตรวจช่วยประเมินสาเหตุ ประเภทของการได้ยินลดลง และแนวทางดูแลที่เหมาะสมกับคุณ